Grammar ง่ายกว่าที่คุณคิด

Grammar ง่ายกว่าที่คุณคิด

Part of Speech (1/2)

หลายคนอยากเก่งภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะเรื่องของแกรมม่าร์
แต่ถ้าคุณยังไม่รู้จัก Part of Speech ว่าคืออะไร อันนี้ต้องระวังมากๆ เพราะถ้าเรื่องนี้ไม่ผ่าน ผมขอบอกได้เลยว่า
Grammar ยังไงก็ยาก
.
.
งั้นเรามารู้จัก Part of Speech กันหน่อยดีกว่านะครับ

 

Part of Speech มีการแปลเป็นไทยอยู่หลายชื่อ เช่น หน้าที่ของคำ ชนิดของคำ ส่วนประกอบของคำ ส่วนประกอบของประโยค และอืนๆ แต่ไม่เป็นไรครับ อันนี้ก็แล้วแต่ชอบนะครับ
แต่ผมของใช้ Part of Speech ละกันนะครับ

Part of Speech คืออะไร?

Part of Speech ก็คือ ชนิดหรือประเภทของคำ เพราะคำในภาษาอังกฤษ (และภาษาอื่นๆ) จะมีการแบ่งกลุ่มของคำอยู่ ว่าคำนี้ อยู่ในกลุ่มไหน

พอจะนึกออกอยู่บ้างใช่มั้ยครับ

แต่ถ้ายังนึกไม่ออก เอาแบบนี้นะครับ
ภาษาที่เราใช้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน บางทีเราก็อาจจะไม่ได้สังเกตว่ามันมีลักษณะเป็นยังไง
ลองดูคำเหล่านี้นะครับ

ผีเสื้อ บ้าน วิ่ง ต้นไม้ นอน

ใน 5 คำที่ผมยกตัวอย่างมาข้างบนนี้ ลองจัดกลุ่มดูสิครับ

ทีนี้ จะจัดกลุ่ม หรือแบ่งกลุ่มเนี่ย ก็ต้องมีเกณฑ์ใช่มั้ยครับ ว่าทำไม ผีเสื้อกับบ้านถึงจะอยู่ด้วยกัน หรือผีเสื้อกับต้นไม้ ทำไมถึงเป็นผีเสื้อกับต้นไม้ ทำไมไม่เป็นผีเสื้อกับวิ่ง

เห็นมั้ยครับ ว่าเราจะต้องมีเกณฑ์อะไรบางอย่างในการที่จะแบ่งกลุ่มคำ

ก่อนจะเข้าไปดูเหตุผลว่าทำไมถึงต้องมี Part of Speech

ลองมาดูอีกตัวอย่างง่ายๆ อาจจะช่วยให้การจัดกลุ่ม 5 คำข้างต้น ทำได้ง่ายขึ้น

เช่น มีนักเรียนอยู่ 1 โรงเรียน เป็นนักเรียนระดับประถม มีจำนวนนักเรียน 1,000 คน

แล้วเราต้องการจัดกลุ่มเด็ก ทีนี้ เราจะทำยังไง จะใช้อะไรแบ่งเด็ก
ลองดูนะครับ
เราสามารถแบ่งเด็กแยกตามเพศ, ตามอายุ, ตามวันเกิด, ตามตำบล/หมู่บ้าน และอื่นๆ อีกมากมาย
ซึ่งมีหลากหลายเกณฑ์ ตามแต่ที่ผู้แยกต้องการ ก็ต้องดูว่าเราแยกเด็กเพื่อจุดประสงค์อะไร

ทีนี้ถ้าถามว่า แล้วจะแยกเด็กไปทำไม
เออ.. น่าคิดเนอะ

นั่นดิ แล้วจะแยกทำไม อยู่รวมๆ กันก็ได้หนิ

ถ้าไม่ต้องทำอะไรต่อจากนั้น ก็ไม่น่าจะเป็นไร
แต่โรงเรียนมีเงื่อนไขบางอย่าง เช่น
จำนวนที่นั่งต่อ 1 ห้องเรียนไม่เกิน 30 คน
เด็กที่เรียนรู้เร็วให้อยู่ด้วยกัน เด็กที่เรียนรู้ช้าให้อยู่ด้วยกัน เพื่อความเหมาะสมของการเรียนรู้
และเหตุผลอื่นๆ

ทีนี้ ลองกับมาดู 5 คำของเรานะครับ (ผีเสื้อ บ้าน วิ่ง ต้นไม้ นอน)
ถ้าจะใช้เกณฑ์ของชนิดของคำมาจำแนก ก็จะได้ 2 กลุ่มดังนี้
กลุ่มที่ 1 ผีเสื้อ บ้าน ต้นไม้
กลุ่มที่ 2 วิ่ง นอน

หลายคนอาจจะแบ่งต่างจากนี้ ก็ต้องแล้วแต่เกณฑ์นะครับ
เพราะถ้าใช้เกณฑ์แบ่งประเภทตามชนิดของคำแล้ว

ผีเสื้อ บ้าน ต้นไม้ ถือเป็นคำนาม หรือในภาษาอังกฤษคือ Noun และ
วิ่ง นอน ถือเป็นคำกริยา หรือในภาษาอังกฤษคือ Verb

Noun คือคำที่ใช้เรียกแทนสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่รอบตัวเรา
อย่างเราเรียกสัตว์ชนิดนี้ว่า ผีเสื้อ เรียกสิ่งปลูกสร้างที่เราอยู่อาศัยว่า บ้าน เรียกสิ่งที่มีลำต้น แผ่กิ่งก้านว่า ต้นไม้
จึงจัดคำกลุ่มนี้อยู่ด้วยกัน

ส่วนคำนี้อธิบายง่ายครับ
Verb หรือคำกริยา คือคำอะไรก็ตาม ที่สามารถแสดงการกระทำได้ ง่ายๆ คือทำให้ดูได้
ที่ยกตัวอย่างมาก็คือ วิ่ง กับ นอน

พอจะนึกออกบ้างแล้วใช่มั้ยครับ

โพสต์นี้ไว้เบื้องต้นเท่านี้ก่อนนะครับ
ไว้ผมจะมาต่อว่า แล้วเจ้า Part of Speech มันกี่ตัว อะไรบ้าง แล้วมีไว้ทำไม

หากโพสต์นี้พอจะมีประโยชน์อยู่ โปรดแชร์เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ

PMatu Language Teacher's photo.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s