ฝึกพูดอังกฤษ เริ่มต้นแค่คำว่า Hi

สวัสดีครับผม

หลายๆ ครั้งที่ผมได้มีโอกาสไปบรรยาย ก็มักจะมีผู้เข้าร่วมถามว่า ผมฝึกภาษาอังกฤษยังไง

จริงแล้ว ไม่มีอะไรยาก ครับ เอาแบบว่า ต้องถามตัวเองกันก่อนว่าอยากเก่งภาษาอังกฤษมั้ย ถ้าใช่ ผมมีคำแนะนำง่ายๆ มาฝากครับ

วิธีนี้อาจจะเหมาะกับผู้ที่กำลังเรียนหนังสืออยู่ คือผมหมายถึงศึกษาอยู่ในระบบ เช่น อยู่ในโรงเรียน วิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัยหน่ะครับ เพราะเงื่อนไขคือ ต้องพยายามที่จะใช้ภาษาอังกฤษให้ได้ทุกวัน

แต่สำหรับใครที่ไม่ได้สังกัดสถานศึกษาอย่างที่บอกมา แต่อยากเก่งภาษาอังกฤษ แนะนำว่าหาคนที่สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ หรือพูดง่ายๆ คือสามารถสอนภาษาอังกฤษเราได้ หรือเก่งกว่าเราเล็กน้อย เป็นใช้ได้ครับ ที่สำคัญ คนๆ นั้นต้องมีจิตยินดีที่จะสนับสนุนเราให้ฝึกภาษาอังกฤษได้เก่งๆ นะครับ

แบบฝึกหัดที่กำลังจะแนะนำนี้นะครับ จะเน้นไปที่การฝึกพูด ด้วยหลายเหตุการณ์ที่เจอคือคนไทยหลายๆ คนสามารถฟังได้เข้าใจ รู้เรื่องว่าฝรั่งพูดอะไร แต่จะตอบกลับไปไม่ได้
อาจด้วยเราฝึกแต่อ่าน เขียน ฟัง แต่ฝึกพูดน้อยก็เป็นได้ครับ

อย่างบางที่ ครูผู้สอนก็ยังพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยเก่งนัก (อันนี้ต้องขออภัย มิได้คิดลบหลู่ครูอาจารย์แต่ประการใด)

ดังนั้น แบบฝึกหัดนี้จะแนะนำให้ลองฝึกพูดกันครับ เผื่อว่าวันหนึ่งทุกท่านจะได้พูดอังกฤษกันเก่งๆ ขึ้น

เนื่องด้วยปัญหาที่เจอคือ รู้ว่าอีกฝ่ายพูดอะไร แต่จะตอบกลับไปไม่ได้ พอผมลองสังเกต และสอบถามไป สิ่งที่เจอคือ “ไม่กล้า” เราจะมาแก้ปัญหาเรื่องนี้กันนะครับ

เพื่อจะเพิ่มความกล้า หลายครั้งที่ไปบรรยายก็จะแนะนำผู้เข้าร่วมที่อยากเก่งอังกฤษว่า “ต้อง (เริ่ม/หัด) พูด” ก็แค่นั้นเองครับ

แต่.. ก่อนที่เราจะพูด หรือคุยเนี่ย ต้องมีคู่สนทนาก่อนจริงมั้ยครับ
ไม่งั้น ก็คงต้องพูดคนเดียว จริงแล้ววิธีฝึกพูดคนเดียวก็สามารถใช้ได้นะครับ อาจจะเป็นหน้ากระจก กำแพง ต้นไม้ หรืออะไรก็ตามที่จะทำให้เราได้ใช้ภาษาอังกฤษให้บ่อยที่สุด เลือกสิ่งที่เจออยู่เป็นประจำ ยิ่งทุกวันยิ่งดี

ถ้าสมมติว่าคู่สนทนาเป็นคนนะครับ เช่น อาจารย์ที่สอนภาษาอังกฤษ หรือไม่สอนก็ได้ แต่สามารถเป็นคู่ฝึกให้เราได้ (ขนาดนักมวยเก่งๆ ยังต้องมีเลย) เบื้องต้น ผมขอแนะนำว่า บอกอาจารย์ท่านนั้นไว้ก่อน บอกไปตรงๆ เลย เอาแบบจริงใจเลย ว่าเราอยากจะฝึกพูดภาษาอังกฤษให้เก่งๆ ขอให้อาจารย์ทักทายหรือพูดคุยกับเราเป็นภาษาอังกฤษ (นะ) ครับ/คะ

ด้วยจิตวิญญาณของความเป็นผู้สอนแล้ว ทุกท่านไม่ต้องกลัวว่าอาจารย์จะใช้คำยาก เพราะคนที่เป็นครู หรืออาจารย์จะรู้ได้โดย sense ว่า การพูดคุยในแต่ละครั้งกับแต่ละคน ควรจะใช้ภาษาที่ระดับความยากเท่าใด จริงแล้วในภาษาไทยก็เช่นกัน เราคงจะไม่คุยกับเด็กระดับก่อนอนุบาลว่า “ในกาลสมัยเบื้องหน้า บริบทที่กำลังจะปรากฎขึ้นในสังคมนั้น ช่างยากเย็นต่อการที่ผู้คนจะปฏิสัมพันธ์ต่อกันมากนัก” เหอะๆ ผมว่ามันจะยากไปสำหรับเด็กระดับอายุขนาดนั้น
นั่นแหละครับ ไม่ต้องห่วงเรื่องความยากแต่ประการใด

ส่วนคนที่ไม่รู้ว่าจะหาคู่สนทนาที่เป็นบุคคลได้ยังไง ก็สามารถใช้สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่เจอทุกวันไปก่อนก็ได้ครับ เพราะแบบฝึกนี้ เน้นความ “มั่นใจ” ฝึกเพื่อจะให้เกิดความ “เคยชิน” จึงต้องหาโอกาสที่จะใช้ให้ได้เป็นประจำ หรือเกือบตลอดเวลา

เอาหล่ะครับ เมื่อได้คู่สนทนาแล้วนะครับ เริ่มแรกเลย ถ้ายังไม่กล้าพอ ขอแนะนำว่าเมื่อเจอกันปุ๊บ ก็แค่พูดทักทายว่า “Hi” ภาษาไทยน่าจะเขียนว่า ฮาย และเมื่อกล่าวทักทายเสร็จแล้ว รอฝ่ายตรงข้ามตอบกลับมานิดนึง (ในกรณีที่คู่สนทนาสามารถตอบกลับมาได้) หลังจากนั้นจะวิ่ง (หนี) ไปก็ได้แล้วครับ ฮ่าๆๆ เพราะภาระกิจแรกของเราสำเร็จแล้ว

ทีนี้เมื่อเจอกันครั้งหน้า จะเลือกพูดแค่ “Hi” ก็ได้ครับ เอาจนกว่าจะมั่นใจ .. ต้องการเวลาเท่าไหร่ครับ
1 สัปดาห์..
1 เดือน..
1 เทอม (ประมาณ 3-4 เดือน)..
เอาเลยครับ เอาจนกว่าเราจะมั่นใจ
เพราะถ้าคุณมั่นใจเร็วขึ้นเท่าไหร่ คุณก็จะเก่งภาษาอังกฤษมากขึ้นเท่านั้น
แต่ถ้า 1 เทอมก็ยังไม่มั่นใจ เอาเลยครึ่งปี (6 เดือน) ฮ่าๆ พูดทักทายคำว่า “Hi” ไปเลย 6 เดือน เอาให้ได้บ่อยๆ ยิ่งได้ทุกวันยิ่งดี
หรือ.. 1 ปี ได้ครับ ผมคิดว่าโอเคนะ เพราะอย่างน้อย คุณก็ได้เริ่มฝึกละ

แต่ด้วยคุณสมบัติบางอย่างของมนุษย์บางกลุ่ม คือ ไม่ชอบความจำเจ ชอบความท้าทาย ตื่นเต้น ถึงทำให้เกมขายได้ มีคนติดเกม สิ่งหนึ่งที่เกมมีคือ ระดับความยากที่เพิ่มขึ้น มันจะท้าทายมากขึ้น เมื่อเราพิชิตด่านต่างๆ ที่ยากได้ เราก็จะมีความสุข นี่เลย จะทำให้เราเอง ขยับจากคำว่า “Hi” เป็นคำที่ยากขึ้นได้

แล้วถ้าได้แล้ว มั่นใจแล้ว พูด “Hi” จนโอเคแล้ว คำต่อไปหล่ะ..?

จริงแล้วผมอาจจะไม่ต้องแนะนำเลยก็ได้ เพราะแต่ละท่านจะสามารถหาหนทาง หรือวิธีได้เลย

ส่วนใครที่อยากได้คำแนะนำจากผม ผมก็มีคำง่ายๆ อยู่ที่จะให้ทุกท่านขยับจากคำว่า “Hi” ไปเป็นคำอื่นต่อ

คำต่อไปคือ “Hello” (ฮ่าๆ) อาจจะดูง่ายสำหรับบางคน แต่กับบางคนแล้ว ไม่ง่ายเลยนะครับ

ครั้งนี้เอาวิธีนี้ไปลองกันก่อน ได้ผลหรือไม่ได้ผลยังไง มาเล่าให้ฟังกันนะครับ

แล้วเดี๋ยวความหน้าผมจะมาแนะนำเทคนิคง่ายๆ ในการฝึกภาษาอังกฤษต่อ

วันนี้ โชคดี

Good bye ครับ

:))

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s