สูตรลดน้ำหนักสไตล์พี่มาตู

ลองอ่านแล้วลองไปปรับใช้ดูนะครับ เพราะแต่ละคนมีธรรมชาติ ลักษณะนิสัย และวิถีชีวิตที่แตกต่างกันไป
ส่วนได้ผลหรือไม่อย่างไร ก็เอามาเล่าให้ฟังกันด้วยนะครับ

เริ่มต้นเลย

คือต้องมี แรงจูงใจหรือแรงบันดาลใจ หรือ passion (ความปราถนาอย่างแรงกล้า) เอาที่แบบ กระแทกแรงๆ โดนใจยังไม่พอ เอาแบบที่ทิ่มแทงหัวใจ หรือแบบแทงใจดำกันเลย เพราะตัวนี้สำคัญมากๆ จะทำให้เราสามารถควบคุมขั้นตอนอื่นๆ ได้ทั้งหมดเลย โดยเฉพาะการหักห้ามใจที่จะลดปริมาณ และงด การนำเข้า และเพิ่มปริมาณการส่งออก ของร่างกาย (จะอธิบายเพิ่มเติมอีกทีในภายหลัง) passion นี้ ถ้าใครยังไม่มี ผมว่านะครับ อาจจะยากสักหน่อย เพราะถ้าความอยากของเรามีไม่มากพอ เราก็จะทำได้ไม่นาน เดี๋ยวก็อาจจะเกิดอาการล้มเลิกระหว่างทางขึ้นมา รีบหาเลยนะครับ

ส่วนของผม passion ก็ได้จากประโยคของพี่คนหนึ่งว่า ถ้าอยากหุ่นดี คือ ก็มีบ้างอ่ะนะครับอารมณ์แบบอยากดูดี อิอิ กลับเข้าเรื่องดีกว่า คือ “ถ้าอยากหุ่นดีแล้วยังกินกลางคืน ให้ตายก็ไม่ได้ผล” ประโยคนี้ตอนนั้นสำหรับผมแล้ว มันแรงมาก แรงมากพอที่จะทำให้ผมตัดสินใจที่จะไม่กินอะไรเลยในตอนกลางคืน (ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ตกดิน) จะกินอีกทีก็เช้าของอีกวัน จะมีก็แต่ดื่มน้ำเปล่าเท่านั้น ก็คิดดูว่า passion แรงไม่แรง ผมงดมื้อกลางคืนได้ 2 เดือนกว่าแล้ว นับจากวันงด (31 ธ.ค. 56) จนถึงวันที่เขียนบล๊อคนี้ (7 มี.ค. 57) ประกอบกับการที่มีหลายๆ คนทักว่าอ้วนนะ พอเยอะๆ เข้า มันก็มีผลต่อ passion ของผมอยู่เหมือนกันนะ

ฉนั้น หาเถอะครับ passion ที่ว่าของแต่ละคน มันจะทำให้ใจเรามุ่งมั่นมากๆ ขนาดเขากินเลี้ยงกัน ญาติมารับไปทานอาหารร้านหรู และอีกหลายๆ ครั้ง ผมก็อดทนมาได้ และไม่ได้รู้สึกว่า มันหนักหนาสาหัสอะไร

อาจจะคุยเรื่อง passion ยาวนิดนึง แต่อันนี้ สำคัญที่สุด ต่อไปก็จะมาดูวิธีการของผมกันนะครับ

ผมใช้วิธีควบคุมการ import-export ไม่ได้จะมาสอนเศรษฐกิจแต่อย่างใด เรื่องนี้ เราจะขอยึดร่างกายเป็นหลัก import ก็คือการนำเข้า ตรงนี้จะขอหมายถึงการรับประทาน ส่วน export ก็คือการนำออก มีอะไรบ้างนั้น เรามาคุยกันทีละเรื่องเลยนะครับ

import คือเราต้องควบคุมการกิน เพราะถึงเราจะออกกำลังกายมากขนาดไหน แต่ไม่ได้ควบคุมการกิน มันก็แทบจะไม่เห็นผลเลย อย่างเพื่อนผมคนหนึ่งเล่าให้ผมฟังว่า เขาวิ่งอยู่ระยะหนึ่งซึ่งนานพอดู น้ำหนักไม่ลดเลย พอถามเรื่องกิน เขาก็บอกกินเหมือนเดิม
และมีน้องอีกคนมาบอกผมว่า ถ้าอยากลดต้องลดอาหารบวกกับออกกำลังกาย เพราะถ้าไม่ลดอาหาร จะไม่ได้ผล ตอนนั้นก็แบบ เอ่อ แล้วผมจะลดได้ยังไง หิวแย่ ออกกำลังกายก็พอมั้ง
เอาเข้าจริง ใครที่เจอผมบ่อยๆ จะเห็นว่าผมจะออกกำลังกายเป็นประจำ สัปดาห์ก็ 3-5 ครั้ง แต่ละครั้งก็มักจะเกิน 1 ชั่วโมง ที่ผมจะสังเกตได้ตอนนั้นคือ น้ำหนักไม่ลด แถมบางช่วงยังขึ้นอีกต่างหาก พอมานึกๆ ดู แสดงว่า การออกกำลังกายอย่างเดียวไม่น่าจะพอ

และวิธีที่ผมเลือกคือ งดอาหารทุกประเภท ยกเว้นน้ำเปล่าในช่วงกลาวคืน บ่อยครั้งที่ผมจะผสมคลอโรฟิล เพื่อช่วยขับสารพิษ อันนี้ถ้าใครไม่มีหรือไม่ชอบ ก็น้ำเปล่าๆ เลยครับ
ที่เลือกวิธีนี้ เพราะผมไม่สามารถพอที่จะมานั่งดูว่า อาหารในจานที่ผมกำลังจะกินอยู่ตรงหน้านั้น มีพลังงานเท่าไหร่ ไขมันเท่าไหร่ คาร์โบไฮเดรตเท่าไหร่ และอื่นๆ อีกมากมาย ว่าแต่ละตัวมีอะไรอยู่เท่าไหร่ แบบงั้นผมคงจะเครียดไปก็เลยเลือกการงดกลางคืนไปเลย มันง่ายดีสำหรับผม

มีคนถามว่า แล้วไม่หิวเหรอ เอ่อ.. บางทีก็ไม่ บางทีก็หิวครับ แต่ทนได้ แต่ถ้ารู้สึกว่าหิวจริงๆ ผมก็ยังดื่มน้ำได้ (ตรงนี้แหละที่ว่า passion สำคัญ) เพราะถ้าลองเปรียบเทียบกับช่วงเดือนรอมฎอน เดือนแห่งการถือศีลอดของพี่มุสลิมทั่วโลก โดยการงดอาหาร เครื่องดื่ม และกิจกรรมบางอย่าง ในช่วงกลางวัน แต่ก็ยังอยู่กันได้ ทั้งๆ ที่ช่วงกลางวันเป็นช่วงที่ต้องทำงาน โดยใช้ระยะเวลาพอๆ กัน (ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น-ดวงอาทิตย์ตก) กับที่ผมเลือกจะไม่กินช่วงกลางคืน แถมยังดื่มน้ำได้อีก เลยบอกหลายๆ คนไปว่า เราทนได้ และเราต้องทนให้ได้ ถ้าอยากลดจริงๆ แล้วผมก็เป็นคนหนึ่งที่ทำได้ ท่านก็จะทำได้ ถ้า passion แรงมากพอ

ส่วนช่วงกลางวันก็กินปกติธรรมดา บางคนถามผมว่า พอเช้าปุ๊บ ก็กินเต็มที่เลยใช่มั้ย จัดเมนูใหญ่พิเศษเลยสิ เพราะงดมาทั้งคืนแล้วหนิ
ผมก็ตอบว่า ก็ไม่นะครับ เพราะอย่างช่วงถือศีลอดช่วงกลางวัน แล้วพอถึงเวลาที่อนุญาตให้รับประทานได้ตอนที่ดวงอาทิตย์ตกดิน เราก็กินได้แค่เท่าที่เราจะกินได้ เท่าๆ กับมื้ออาหารมื้อหนึ่งโดยทั่วไปของเรา หลายท่านจะเข้าใจดี เพราะเวลาจ่ายตลาดช่วงเย็นของเดือนรอมฎอน จะซื้อของมาเต็มไม้เต็มมือไปหมด พอจัดสำรับ บางทีแทบจะไม่มีที่วางเลยทีเดียว แต่พอถึงเวลากินเข้าจริงๆ ก็ได้เท่านั้นแหละครับ แล้วก็เหลือบานเบอะ เพราะไปซื้อตอนหิว อันนั้นก็จะกิน อันนี้ก็จะกิน พอกินจริงๆ ก็ได้เท่ากับมื้อปกติที่เรากินอย่างที่ผมว่านั่นแหละครับ

แต่สิ่งที่ผมรู้สึกได้อีกอย่างหนึ่งซึ่งน่าสนใจคือ พฤติกรรมการกินเปลี่ยนไป คือก่อนที่ผมจะงดกลางคืน เห็นอะไรน่ากินไม่ได้ ซื้อมาหมด กินทั้งนั้น ตลอดทั้งวัน และบางคืน พอหิวหน่อย ก็ออกไปซื้อละ
แต่พอหลังจากที่งดกลางคืน ผมสังเกตได้ว่า ผมจะกินเหลือวันละ 2 มื้อหลักๆ อาจจะมีบางวันที่มีแซมๆ ระหว่างมื้อบ้าง บางวันก็จะเป็น 3 มื้อบ้าง แต่น้อยมากๆ ส่วนใหญ่จะเป็นแค่ 2 มื้อหลัก คือสายๆ กับบ่ายๆ แล้วก็ไม่ละ เพราะรู้สึกว่าอิ่ม เป็นแบบนี้บ่อยๆ ทำให้ไม่มีอาหารระหว่างมื้อเท่าไหร่
แต่ก่อนว่างเป็นไม่ได้ หิวนิดหิวหน่อยไม่ได้ จะต้องคอยหาของใส่ท้องอยู่เรื่อย

และตอนนี้ เวลากินก็จะแค่พออิ่ม แต่ก่อนนั้น เติมกันแบบ 3-4 จาน พอช่วงงดอาหารกลางคืน เวลาจะเติมก็เหมือนจะมีประโยคบอกในใจเราว่า ก็อิ่มแล้ว แล้วก็จะรู้สึกอิ่มจริงๆ ด้วย เลยทานข้าวจะไม่ค่อยเติมละ พอหลายๆ ครั้งเข้า มันทำให้ตอนตักนั้น ผมจะตักข้าวน้อยลงจากเดิม ตรงนี้ก็ช่วยทำให้ลดการนำเข้าแล้ว

อันนี้ ก็เป็นการดูแลการ import ของผม
ต่อไปก็จะเป็นการ export แล้วนะครับ

การ export สำหรับเรื่องนี้ ผมหมายถึงการนำสิ่งต่างๆ ออกจากร่างกาย เช่น การขับถ่าย การออกกำลังกาย
พูดถึงเรื่องการขับถ่ายก่อนนะครับ ผมจะพยายามควบคุมการขับถ่ายให้ได้ในทุกๆ เช้า โดยการดื่มน้ำประมาณ 2 แก้วใหญ่ แต่แรกๆ ผมดื่ม 1 ลิตรเลยนะครับ ทุกเช้าหลังจากตื่นนอน ก่อนแปรงฟัน รอสักแป๊บ ร่างกายจะบอกเราว่าให้ไปขับถ่าย ช่วงนี้เลยครับ อย่ารีบร้อน ใจเย็นๆ ค่อยๆ ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ สำหรับผมแล้ว ผมจะถ่ายจนกว่าจะรู้สึกว่า ไม่มีแล้ว (ฮ่าๆ) ก็คือ รู้สึกว่าไม่ปวดแล้ว ผมเลยจะเป็นคนที่เข้าห้องน้ำนานสักหน่อยในตอนเช้า เพราะบางคนหลายวันถ่ายครั้ง อันนี้ไม่ดีเลยนะครับ ลองดูพรุ่งนี้เช้าเลยนะครับ
หรืออีกทางหนึ่ง คือชาล้างผนังลำไส้ 1 ถ้วยก่อนนอน ผมจะไม่ขอเล่ารายละเอียดตรงนี้นะครับ เอาเป็นว่า มันจะช่วงให้การขับถ่ายนั้น คล่องมากขึ้น

ผ่านเรื่องการขับถ่าย ต่อไปก็เรื่องของการออกกำลังกาย อันนี้แล้วแต่ชอบ แต่ควรมี และสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายมีข้อดีหลายๆ อย่าง เช่น ทำให้ร่างกายแข็งแรง ช่วยเรื่องระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกาย และอีกมากมาย โดยเฉพาะการทำให้น้ำหนักลดได้ดีด้วย อย่าลืมเรื่องการออกกำลังกายนะครับ
สำหรับผมก็จะออกเกือบทุกวัน บางวันมีทั้งเช้าและเย็นเลย เอาให้เหงื่อซกๆ เลยนะครับ เพื่อเป็นการนำส่วนที่เหลือใช้และเก็บกักอยู่นาน ออกไป

ตอนนี้ สมมติเราเป็นอ่างน้ำเล็กๆ ใบหนึ่ง ซึ่งจะมีการเติมน้ำใส่อ่างอยู่ทุกวัน แล้วเราต้องการให้น้ำที่อยู่ข้างในนั้นลดน้อยลง จะทำยังไงหล่ะ ในเมื่อน้ำจะถูกเติมอยู่ทุกวัน
ก็ใช้หลัก import-export ง่ายๆ นี้ยังไงหล่ะครับ พยายามลดการนำเข้า และขณะเดียวกัน ก็ต้องพยายามเพิ่มการส่งออก เมื่อใดการนำเข้าลดลง และการส่งออกเพิ่มขึ้น และต้องพยายามรักษาอัตราส่วนนี้ไว้ให้ได้ เชื้อว่า น้ำหรือสิ่งของที่มีอยู่ มันจะค่อยๆ ลดปริมาณลงไปได้ในที่สุด

แต่ยังไงก็อย่าหักโหมจนเกินไปนะครับ เพราะคุณน้าที่เป็นพยาบาลบอกว่า ใน 1 สัปดาห์ ไม่ควรลดเกินครึ่งกิโล สำหรับผมแล้ว 2 เดือน ผมลดได้ที่ 4 กิโล ก็ถือว่าไม่เร็วเกินไปกว่าที่ร่างกายจะรับได้

สุดท้าย ขอกลับไปที่ passion ครับ วิธีการที่เล่ามานี้ เป็นสิ่งที่ผมจัดรูปแบบขึ้นมาเองจาก passion ที่แรงกล้าพอ และถ้าท่านมี passion ที่แรงกล้ามากพอ วิธีการจะมาเอง และมันจะเหมาะสมกับท่านมากที่สุด

สู้ๆ นะครับ
ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านที่มีความต้้งใจที่จะลดน้ำหนักอย่างจริงจัง

ขอบคุณครับ
มาตูรีดี

ปล. ลองทำแล้ว ไม่ว่าจะกิจกรรมใด ได้ผลหรือไม่ได้ผลยังไง เล่าให้ฟังกันได้นะครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s