เหตุที่ชอบเดินทางกับรถไฟมากกว่ารถทัวร์

ถ้าให้เลือกระหว่างรถไฟกับรถทัวร์ (ไม่นับรวมเครื่องบินนะ แหะๆ)

image

เมื่อต้องเดินทาง เช่น ปัตตานี-กรุงเทพฯ ถ้าไม่ใช่งานด่วนจริงๆ ที่ต้องไปถึงเช้าวันรุ่งขึ้น ผมขอไปรถไฟดีกว่าครับ แต่ขอเป็นชั้น 2 นอนแอร์นะครับ (ยังจะเลือกอีกนะ)
ประเด็นนึงคือ ผมชอบนอนไป ไม่ชอบนั่งไป บางคนก็บอกว่า รถทัวร์ก็นอนได้ คืออย่างนี้นะครับ เข้าใจคำว่านอนมั้ยครับท่านอนอ่ะคับ

ช่าย ผมชอบนอนท่านอนไป ไม่ชอบนอนท่านั่งไป โอเค!? เพราะเวลานอนท่านั่ง มันรู้สึก นอนไม่ค่อยสบายยังไงบอกไม่ถูก แต่ถ้ามีความจำเป็นจริงๆ ผมก็สามารถเดินทางกับรถทัวร์ รถตู้ รถยนต์อะไรพวกนี้ได้อยู่
ก็อย่างเวลารับงานไกด์ ส่วนใหญ่ก็ต้องนั่งรถทัวร์ไป ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร สบายๆ ชิลๆ

ยิ่งถ้ามากันป็นฝูง (แหะๆ) มากันหลายๆ คน อันนี้เป็นชั้นสามก็ยังได้ครับ เพราะจะสามารถเสียงดังเฮฮาสนุกสนานได้ และถ้าเป็นชั้นสาม ผมจองที่นอนเป็นใต้เก้าอี้เลยครับ สบายสุด เพราะจะได้ยืดแขนยืดขาได้สุด ไม่ต้องงออยู่ มันเมื่อย แค่มีเสื่อหรือหนังสือพิมพ์ แค่นี้เรื่องที่หลับที่นอนก็เรียบร้อย

ด้วยเพราะเดินทางด้วยรถไฟกับที่บ้าน กับคุณพ่อคุณแม่บ้าง ญาติๆ บ้าง เพื่อนๆ บ้าง บางครั้งก็มากันเป็นโครงการ เช่น โครงการนักศึกษา โครงการเยาวชน เป็นต้น ก็สนุกสนานกันไปอีกแบบ

ห้องน้ำก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผล ที่ทำให้ผมชอบนั่งรถไฟ ยกเว้นช่วงน้ำขาด มักจะเป็นรถไฟชั้น 3 ช่วงเวลาสายๆ (เจอกับตัวมาแล้ว) เรื่องนี้ผมเลยแก้โดยการเข้าห้องน้ำเช้า หรือว่าเร็วว่าคนอื่นๆ หน่อย เตรียมน้ำไว้เองด้วย (ต้องให้พร้อม)

ส่วนชั้น 2 โดยเฉพาะชั้นนอนแอร์ ยังไม่เคยเจอน้ำขาดนะครับ แต่ชั้นนอนพัดลมก็มีขาดบ้าง
และสภาพภายในห้องน้ำก็ต่างกันครับ ของชั้น 2 นอนแอร์ (เน้นชั้นนี้ละกันนะ ขึ้นบ่อยหน่อย) จะมีทั้งสบู่ และทิชชู่ด้วย
image

และอ่างล้างหน้าข้างๆ ห้องน้ำ ก็มีถึง 3 อ่าง บางชั้นมี 1 อ่าง มีฝักบัวอาบน้ำ
image

สายฉีดน้ำ
image

บางชั้นก็ไม่มีเลยแต่อ่างจะไปอยู่ในห้องน้ำแทน
ที่หลับที่นอนก็ค่อนข้างสบายครับ มีเบาะพร้อมผ้าปูเรียบร้อย และยังมีหมอน ผ้าห่มด้วย และถ้ายิ่งได้เตียงล่างเนี่ย ยิ่งสบายเลยครับ อันนี้ต้องแย่งกันหน่อย (ตั้งแต่ตอนซื้อหน่ะครับ) ซื้อก่อนได้เลือกก่อน ผมแนะนำเตียงล่างนะครับ กว้างกว่า มีไฟดวงเล็กๆ
image

แต่ไม่ได้ติดทุกที่นอนนะครับ ลุ้นเอา แต่ก็ไม่ค่อยเปิดหรอกครับ
มีที่แขวนถุงสิ่งของ
image

และมีหน้าต่างบานใหญ่ด้วย (ก็บานนั้นแหละครับ บานที่อยู่ตรงกลาง)
และสำหรับคอ social network หรือประเภทแบตเตอรี่เครื่องใช้ไฟฟ้าอ่อนไม่ได้ ไม่ใช่หมดนะครับ  คนประเภทนี้ (ผมก็คนนึง 55+) พอเห็นแบตอ่อน เอาละ เริ่มหาแหล่งพลังงานสำรองกันให้วุ่น ทำให้บางคนเริ่มมีแบตสำรอง หรือที่เรียกว่า PowerBank เอาไว้ติดตัวตลอดเวลา

แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ถ้าจะสามารถหาแหล่งพลังงานจากแหล่งอื่นนอเหนือจากที่มีอยู่ ก็ย่อมเป็นการดีใช่มั้ยหล่ะครับ อย่างผมเป็นต้น
บนรถไฟชั้น 2 นอนแอร์ (ชั้น 2 นอนพัดลมผมไม่แน่ใจ) จะมีปลั๊กไฟแบบนี้
image

ไว้อยู่ สามารถบอกพี่ที่เป็นเจ้าหน้าที่เพื่อจะใช้ได้ แต่ไม่ได้มีทุกช่องที่นั่งนะครับ จะมีเป็นบางช่องเท่านั้น ว่าแล้วก็ถอดสายชาร์ตจากแบตสำรอง มาชาร์ตกับเต้าเสียบของรถไฟซะ ต้องขอขอบคุณการรถไฟแห่งประเทศไทยไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยนะครับ🙂
แต่เรื่องหนึ่งที่ทุกท่านทราบกันดีก็คือ รถไฟไทย ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง คือเรื่องเวลาครับ ที่จะตรงเวลานั้น น้อยมาก ต้องทำใจให้มากๆ ต้องใจเย็นๆ คิดซะว่า เป็นรถไฟหวานเย็นละกันนะครับ

ทั้งหมดทั้งมวลนี้เอง ที่ทำให้ผมชอบที่จะเดินทางกับรถไฟมากกว่ารถทัวร์ แต่ถ้าเดินทางครั้งต่อไป ขอเป็นเครื่องบินได้ ก็จะดีนะครับ
แหะๆ
พบกับใหม่กับบทความหน้า สำหรับบทความนี้ สวัสดีครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s