ผมฝึกภาษาอังกฤษอย่างไร

หลายครั้งที่ผมถูกถามว่า ผมเก่งภาษาอังกฤษได้อย่างไร ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนนะครับว่า ผมไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษอะไรมากนักนะครับ ยิ้ม แต่ก็พอที่จะใช้ในชีวิตประจำวันได้บ้าง

จริงแล้วคำถามนี้ตอบยากครับ ผมก็ได้ลองถามเพื่อนที่เก่งภาษาอังกฤษหลายคน ผลที่ได้ หรือคำตอบก็เหมือนๆ กัน คือ จำไม่ได้จริง ว่าจุดเปลี่ยนมันอยู่ตรงไหน แต่หลายคนก็รู้นะครับ ไม่ใช่ทุกคนที่ไม่รู้

สำหรับผมแล้ว มันเหมือนไม่มีจุดๆ หนึ่ง หรือ เหตุการณ์สำคัญ หรือใหญ่ๆ ที่ทำให้ชอบเพื่อจะฝึกให้เก่งได้

DSC04111

(รูปตอนไปโครงการเรือฯ ณ ประเทศญี่ปุ่น)

แต่ยังไงผมก็พยายามที่จะหาคำตอบสำหรับคำถามนี้อยู่เหมือนกันผมเริ่มเรียนภาษาอังกฤษในโรงเรียนก็ตอนชั้น ป.5 ครับ เพราะโรงเรียนที่ผมเรียนนั้น จะเริ่มเรียนภาษาอังกฤษตอน ป.5 โรงเรียนที่ว่านั้นก็คือโรงเรียนบ้านปะนาเระ (รัฐอุทิศ) ก็คงเหมือนๆ กันกับหลายๆ โรงเรียนในสมัยนั้น หลายโรงเรียนเริ่มสอนภาษาอังกฤษกันตั้งแต่ชั้น ป. 1 บางโรงเรียนก็สอนกันตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลกันแล้ว ก็แอบมีคิดน้อยใจนิดๆ ว่าทำไมเราไม่ได้เรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่อนุบาล หรือ ป.1 แต่ก็ไม่เป็นไร

หากจะถามว่าอาจารย์ที่สอนภาษาอังกฤษผมตอนประถมเก่งมากมั้ย ก็ไม่ได้เก่งมากครับ เหมือนโรงเรียนตามชนบททั่วไปเลย อาจจะเป็นเพราะผมชอบที่จะเรียนมั้งครับ เล่าแล้วคิดถึงตอนอยู่ประถมจัง ครับ ตอนนั้นก็เริ่มเรียนศัพท์ง่ายๆ คำสองคำ อะไรทำนองนี้อ่ะคับ

มีอยู่ช่วงหนึ่ง ผมได้ไปบ้านป้าที่นราธิวาส ซึ่งก็ไปเที่ยวเป็นประจำอยู่แล้ว ในช่วงปิดเทอม หรือปิดหลายๆ วัน และด้วยความที่เป็นคนชอบอ่านเลยนั่งอ่านหนังสือเล่นๆ อยู่ที่บ้านป้า มีเล่มหนึ่งครับ ซึ่งตอนนี้หาไม่เจอแล้ว สอนเรื่องของไวยากรณ์คือเรื่องของ Tense ซึ่งทำให้ผมเข้าใจและจำตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ โดยหนังสือจะใช้คำ 2 คำ แล้วค่อยๆ อธิบาย Tense ทั้ง 12 ให้เข้าใจง่ายๆ แล้วมันก็ฝังอยู่ในหัวผม แล้วเมื่อผมไปอ่านหนังสืออื่นๆ ประกอบไปด้วย ทำให้ยิ่งเข้าใจมากขึ้น แต่หลักการก็จะไม่หลุดครับ เพราะแก่นเราแน่นมากแล้วหล่ะ

พอมาเรียนในระดับที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมัธยมหรือสูงกว่า ด้วยหลักสูตรทำให้ต้องทยอยสอนทีละส่วน ให้เราเข้าใจทีละนิดๆ ทำให้ลืมง่าย ความรู้เดิมค่อยๆ หายไป ได้ใหม่ลืมเก่า บางทีของใหม่ยังไม่ทันเข้าใจ ยังไม่ทันรู้เรื่อง ของเก่าก็หายไปแล้ว (ฮ่าๆ)

ด้วยหลักสูตรที่ค่อยๆ สอนทีละส่วน ทำให้เราไม่เห็นภาพรวม ซึ่งถ้าเห็นภาพรวมก่อน จะเข้าใจได้ง่าย และจะต่อเรื่องอื่นๆ ได้ง่ายขึ้นอีก ก็คิดดู จากวิธีเริ่มที่ภาพรวมก่อนซึ่งผมไดเรื่องนี้มาตั้งแต่ประมาณช่วงต้นๆ ของ ม.ต้น ผมยังจำได้จนทุกวันนี้

ส่วนของไวยากรณ์อื่นๆ ต้องค่อยๆ ทำความเข้าใจ แต่ถ้ามีเครื่องมือที่ดี ก็จะทำให้ยิ่งเข้าใจได้เร็วและง่ายขึ้นครับ

ส่วนของคำศัพท์ ต้องเปิดพจนานุกรม ต้องรู้ว่าเป็นคำประเภทใด และถ้าเป็นไปได้ จะดีมากเลยหากได้ดูตัวอย่างการใช้ประโยค

และส่วนของการใช้ นี่สำคัญครับ จากที่เคยสังเกตทั่วๆ ไป และแม้กระทั่งน้องๆ ที่เข้าค่ายภาษาอังกฤษเอง ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถพูดได้ สิ่งนี้ต้องอาศัยความกล้าแสดงออกด้วยส่วนหนึ่ง ในการที่จะเริ่มสื่อสารกับคนอื่น เพราะบางที พอถามคำถามแล้วเด็กหลายๆ คนไม่กล้าตอบ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่กล้าแสดงออก กล้าตอบ ก็จะทำให้น้องๆ กลุ่มนี้สามารถสื่อสารพูดคุยได้ดีกว่า เปิดโอกาสให้ตัวเองได้ฝึกเร็วกว่า

ส่วนเรื่องขอสำเนียงก็ต้องค่อยๆ ฝึกไปเรื่อยๆ ฟังให้มากๆ แล้วพยายามฝึกให้คล้าย แต่ต้องระวังเพราะความสำคัญของการสื่อสารคือต้องเข้าใจกัน แปลว่า สื่อสารกันแล้วรู้เรื่อง เพราะบางครั้ง สำเนียงดีมาก คำศัพท์สูงมาก แต่.. ไม่เข้าใจ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรครับ พยายามเน้นกันที่ความเข้าใจกันดีกว่านะครับ

บางครั้งไปเที่ยว ผมก็จะพกพจนานุกรมเล็กๆ ไว้ เวลาเห็นคนต่างชาติ ผมจะพยายามเข้าไปทักทายเพื่อพูดคุย ผมก็จะออกตัวทุกครั้งว่าภาษาอังกฤษผมได้นิดหน่อย และทุกครั้งทราบมั้ยครับว่าเขาตอบกลับมาว่ายังไง เขาจะตอบว่า เก่งแล้ว ภาษาอังกฤษของคุณดีแล้ว มันเป็นกำลังใจที่ดีมากสำหรับการพัฒนาภาษาอังกฤษของผม

ไม่มีอะไรได้มาง่ายดายครับ ต้องฝึกฝนครับ และถ้ามีผู้แนะนำที่ดี ก็จะทำให้เรามีพัฒนาการที่ดีได้เร็วอย่างมีประสิทธิภาพ และมีคุณภาพมากยิ่งขึ้นครับ

สู้ๆ นะครับ ผมจะเป็นกำลังใจให้ทุกๆ คน ที่อยากฝึกภาษาอังกฤษครับ

6 thoughts on “ผมฝึกภาษาอังกฤษอย่างไร

  1. slm bang,.,.i’m a junior or yours in PSU, Food Sci was my major there🙂 ,.,. i’m not sure whether u still remember me or not ^^ recently, i have seen u in ur block hu hu ,.,. i just wanna tell u that i’m interested in English and wanna improve it more and more,.,. ie ie by the way, your trip is quite interesting and fantastic,.,. one day, if Allah give me a chance, i will be there as you are now,.,. Ruh Ri is my profile name in facebook,.,.we might chat if we are online in the same time, for improving our english (hu hu especially my english) ,.,. thanks kha ^^

    1. หง่ะ

      ยินดีครับ แต่ภาษาหนูก็ไปถึงฮ่องกงมาแล้วนะ

      คิคิ ไปกับใครก็ไม่รู้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s