เรื่องเล่าชายแดนใต้ ตอน รสนิยมบ้านนอกกับสิ่งมหัศจรรย์ของโลก

กำลังนั่งอยู่ตรงน้ำตกปาโจ มองไปรอบๆ บรรยากาศกำลังเย็นสบาย แต่ผู้คนกำลังทยอยกลับด้วยฟ้ากำลังมืดลง เด็กๆ บางส่วนก็กำลังเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน แต่อีกไม่นานก็คงกลับหมด น้ำตกเองก็ยังคงไหลอย่างไม่หยุดหย่อน ผมเองก็พยายามจะนึกอย่างที่เคยได้ยินว่า ‘น้ำหยดลงหิน ทุกวันหินมันยังกร่อน’ แล้วต้องใช้เวลาเท่าไหร่ กว่าหินจะกร่อน แล้วตอนนี้ หินมันกร่อนไปเท่าไหร่แล้ว แล้วหินมันจะพังลงมั้ย เพราะนึกไปถึงน้ำตกไนเองการ่า ที่เมื่อตอนเด็กๆ ได้อ่านหนังสือทำให้รู้ว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในโลก แล้วน้ำตกปาโจนี่หละ ไม่สวยหรือ

น้ำตกในเองการ่า เป็นน้ำตกที่สวยงามที่สุดในโลก จริงแล้วอันนี้เป็นข้อมูลที่ผมเคยเรียนเมื่อสมัยประถม และมัธยม ที่ต้องรู้เพราะบ่อยครั้งที่มีการจัดกิจกรรมแข่งขันตอบปัญหา จะมีเรื่องที่เป็นความรู้ทั่วไป ซึ่งก็ต้องรู้เรื่องราวอื่นๆ ที่ไม่ใช่เฉพาะในประเทศเท่านั้น และสิ่งมหัศจรรย์ของโลกก็มักเป็นหนึ่งในคำถามเหล่านั้นด้วย

ทำให้ผมมานั่งคิดว่า แล้วน้ำตกปาโจไม่สวยหรือ แล้วเขาใช้เกณฑ์อะไรในการพิจารณา หรือมาวัด ว่าสวยที่สุด ที่สำคัญ ใครเป็นคนบอกว่าสวย ไม่สวย ใครตัดสิน คนทั้งโลกเหรอ หรือแค่คนบางกลุ่มคนเท่านั้นที่คิดอย่างนั้น

ถ้าคนทั้งโลก หรือส่วนหนึ่งของโลกบอกว่าดี สิ่งนั้นก็ต้องดีอย่างนั้นหรือ แล้วสิ่งอื่น ดีรองลงมา ดีน้อยกว่า หรือไม่ดีเลย เมื่อเทียบกับสิ่งนั้นในความเห็นของบางกลุ่มคน

เมื่อสมัยที่เรียนอยู่ระดับมหาวิทยาลัยได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมของน้องๆ เยาวชนที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมหัศจรรย์ที่เด็กๆ ทำได้ โครงการนี้ค่อนข้างเน้นย้ำว่า ทุกสิ่งที่เด็กทำ และเป็นประโยชน์ ล้วนเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทั้งสิ้น ตรงนี้เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้ผมได้ย้อนกลับมานั่งดูน้ำตกปาโจ มองหาความสวยงาม และเปรียบเทียบกับน้ำตกไนเองการ่า ที่ใครต่อใครบอกว่าสวยที่สุดในโลก

ไม่แน่ ถ้าถามคนที่นี่ บางคนอาจจะบอกว่า น้ำตกปาโจนี่แหละ เป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในโลกแล้ว ความคิดนี้ ผิดไหมครับ ผิด ที่ไม่ตรงกับคนทั่วไปหรือเปล่า ผิด ที่เขารู้แค่นี้หรือเปล่า หรือผิด เพราะเขารู้แต่ก็ยังยืนยันว่าที่นี่ยังสวยที่สุดในโลกหรือเปล่า

หากจะลองเทียบง่ายๆ โดยมองที่วิธีการรับประทานอาหาร หรือกินข้าว บางชนชาตินั่งโต๊ะ อุปกรณ์พร้อมสรรพ มีลำดับขั้นตอนมากมาย บางชนชาตินั่งพื้น ใช้เพียงมือ ไม่ต้องมีพิธีรีตรองอะไร ก็สามารถจะรับประทานอาหารได้ ทีนี้ บางคนอาจให้ความเห็นว่า การนั่งพื้น ใช้มือ เป็นกลุ่มคนที่ไม่มีรสนิยม

หรือกลุ่มคนที่นั่งพื้น กินข้าวกับมือ ต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตไปกินข้าวนั่งโต๊ะ อุปกรณ์พร้อม ถึงจะได้รับการยอมรับ เพียงเพราะนั่นคือสิ่งที่คนทั่วไป หรือคนส่วนหนึ่งของโลกบอกว่า จะทำให้เป็นคนที่มีรสนิยม ละทิ้งหรือดูถูกสิ่งที่ตนเองมี สิ่งที่บรรพบุรุษได้สร้างและส่งให้ลูกหลานได้ทำนุดูแล เป็นสิ่งที่ไร้รสนิยม ไม่ควรยอมรับ ไม่ควรรักษา แล้วเปลี่ยนแปลงโดยการทำลายทุบทิ้ง สร้างสิ่งใหม่ที่เขาว่าดีมาทดแทน ไปมอง ไปเห็นด้วย กับสิ่งที่คนอื่นๆ บอกว่าดี ว่าสวยงาม ว่าเป็นสิ่งที่มีรสนิยม

ถ้าเป็นอย่างนี้ แล้วความเป็นตัวตน การทำนุบำรุงหรือรักษาสิ่งที่ดีงามมาแต่เดิม ใครจะทำ ถ้าเราไม่รักษารากเหง้าของตัวเอง แล้วใครจะมาสืบทอดสิ่งเหล่านี้ให้เรา เพราะแต่ละพื้นมีความแตกต่าง มีการยอมรับในแต่ละเรื่องที่แตกต่าง มุมมองที่แตกต่าง

ความเห็นต่างนั้น เกิดจากปัจจัยมากมาย ปัจจัยหนึ่งคือประสบการณ์ ประสบการณ์แปลว่าสิ่งที่พบเจอมาตั้งแต่เกิดในชีวิต การเรียนรู้ก็เป็นสิ่งสำคัญ แต่การซึมซับก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมมองว่ามีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการเรียนรู้ และคนที่มีความรู้สึก มีสำนึกในความเป็นท้องถิ่นของแต่ละท้องถิ่นนั้น ก็คือคนในท้องถิ่นนั้นๆ เอง

ไม่ว่าคนที่อื่นจะว่าอย่างไร อะไรดี อะไรไม่ดี แต่สำหรับท้องถิ่นแต่ละท้องถิ่นแล้ว ควรรักษา และคงอยู่ไว้ซึ่งสิ่งที่ตนเองเป็น สิ่งที่ตนเองมี ดังเช่นน้ำตกปาโจ อาจไม่ได้สวยงามน้อยไปกว่าน้ำตกไนเองการ่า ในสายตาของคนในพื้นที่เลย

2 thoughts on “เรื่องเล่าชายแดนใต้ ตอน รสนิยมบ้านนอกกับสิ่งมหัศจรรย์ของโลก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s