ครูๆ แท็บเล็ตผมหายครู

เมื่อวันที่ 5 – 6 ตุลาคม 54 ผมได้มีโอกาสเป็นล่าม (ไทย – อังกฤษ) โครงการอบรมสันติศึกษา ซึ่งจัดให้กับครูประถมในพื้นที่จังหวัดยะลาเขต 1 และเขต 2 มีอาจารย์จาก 15 โรงเรียน 24 ผู้เข้าร่วม ซึ่งหลายคนเก่งภาษาอังกฤษมาก หลายคนเป็นถึงผู้อำนวยการโรงเรียน แต่ตลอดการฝึกอบรมผู้อำนวยการโรงเรียนก็ไม่ได้เคอะเขินอะไรต่อการทำกิจกรรม เพราะบางกิจกรรม ก็ต้องสมมติให้ผู้เข้าร่วมเป็นนักเรียนระดับประถม ซึ่งถ้าเป็นการอบรมอื่น ๆ อาจยากที่ผู้อำนวยการโรงเรียนจะให้ความร่วมมือถึงขนาดนี้

ข้างต้นเป็นการนำเรื่องนิดหน่อย เผื่อคุณผู้อ่านจะได้เห็นภาพไปพร้อมๆ กับผมว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นครับ

เมื่อเราได้เข้าสู่บทเรียนของการอบรมไประยะหนึ่ง ก็มีการแลกเปลี่ยนกันในประเด็นของความขัดแย้งที่มีในโรงเรียน คุณครูหลายท่านก็ได้ให้ตัวอย่าง เช่น ในการทำงาน ระหว่างผู้บริหารกับผู้ใต้บังคับบัญชา และอื่นๆ แต่ประเด็นที่น่าสนใจและเป็นตัวจุดประกายสำหรับการเขียนบทความบทนี้คือ การทะเลาะกันระหว่างเด็กนักเรียน จริงแล้วหลายท่านอาจคิดเป็นเรื่องปกติธรรมดา ใช่ครับ ก็เด็กๆ เล่นกัน ก็ต้องมีการทะเลาะเบาะแว้งกันบ้าง ซึ่งทำให้วันๆ คุณครูหลายคนอาจปวดหัวกับเรื่องเหล่านี้

ก็เมื่อหลายๆ ครั้งที่เด็กๆ ทะเลาะกันก็มักจะวิ่งไปหาครู แล้วก็ร้องเสียงดังว่า “ครูๆ เพื่อนทะเลาะกันครู” ฟังสำเนียงดูแล้ว หลายๆ คนอาจรู้สึกคุ้นๆ หู เพราะเด็กๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มักจะพูดลักษณะนี้

เมื่อการเสวนา การแลกเปลี่ยนในระหว่างการอบรมของเราดำเนินต่อไป ผู้อำนวยการท่านหนึ่งก็พูดขึ้นมาว่า “จากนี้ผมคงปวดหัวมาก ถ้าวันๆ นักเรียนวิ่งมาหาผมแล้วบอกว่า ครูๆ แท็บแล็ตผมหาย”

ฟังแล้วคล้ายๆ จะติดตลก แต่สำหรับผมฟังแล้วรู้สึกว่ามันลึกมาก เพราะถ้านโยบายเรื่องการแจกแท็บเล็ตให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาเกิดขึ้นจริง อีกหลายๆ อย่างจะเกิดขึ้น ซึ่งอย่างหนึ่งก็คือปัญหาที่จะต้องแก้ไขกันอีก

ส่วนตัวยังมองหลายอย่าง ซึ่งผมเองก็ยังไม่แน่ใจว่าก่อนที่จะวางนโยบายนั้นได้หาข้อมูล หรือเตรียมการอะไรมาก่อนบ้างหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงเพื่อการหาเสียงเหมือนที่หลายๆ ท่าน หลายๆสำนักข่าวได้วิจารณ์ไว้บ้างมาก่อนหน้า

เอาหล่ะครับ ไม่ว่าทางรัฐบาลได้เตรียมข้อมูลไว้ก่อนหรือไม่นั้น ผมยังมองว่าไม่สำคัญเท่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะเมื่อเป็นนโยบายที่ได้หาเสียงไว้แล้ว ถ้าไม่ทำตามนั้น คงจะแย่เช่นกัน มาถึงตอนนี้แอบเห็นใจรัฐบาลอยู่เหมือนกัน จะทำก็มีหลายอย่างที่ต้องคิดให้หนัก จะไม่ทำเดี๋ยวจะเป็นเรื่องอื่น เนื่องด้วยเป็นนโยบายของการหาเสียงด้วย

ลองคิดกันเล่นๆ ไปพร้อมๆ กับผมนะครับ ถ้าวันที่จะต้องใช้แท็บเล็ตจริงมาถึง อะไรบ้างที่ต้องพร้อมก่อนใช้จริง

ที่แน่ๆ เลยก็คือ ตัวแท็บเล็ต ซึ่งผู้เกี่ยวข้องบางท่านบอกว่ายังไม่ต้องรีบไปดู ใช้เวลาแค่ 3 – 4 เดือนก็พอ เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงทุกวัน ถ้าไปดูเร็ว อาจทำให้ล้าสมัยได้

ต่อมาก็คือซอฟท์แวร์ ทีนี้ก็ต้องพัฒนาซอฟท์แวร์ให้เหมาะสมกับทั้ง แท็บเล็ต และกับทั้งเด็ก แล้วตอนนี้ผมเองก็ยังไม่รู้ว่ามีการเตรียมการเรื่องของเนื้อหาที่จะใช้ในแท็บเล็ตไว้บ้างแล้วหรือยัง แล้วจะใช้ได้จริง มากน้อยแค่ไหน ต้องทดลองก่อนหรือไม่ (คิดๆ แล้วก็หลายเรื่องนะครับ) ยังไม่หมดครับ

ไปที่ผู้สอนครับ ก่อนหน้านี้ครูใช้กระดาน ชอล์ก หนังสือ ปากกา ดินสอ กระดาษ ในการเรียนการสอน แต่ตอนนี้สิ่งเหล่านี้กำลังจะหมดไปหรือไม่ ครูที่รับผิดชอบสอนนักเรียนชั้น ป.1 ทั่วประเทศ พร้อมกับสิ่งเหล่านี้แล้วหรือยัง ได้ถามครูแล้วหรือไม่ แล้วต้องใช้ทรัพยากรอีกตั้งเท่าไหร่เพื่อเรื่องนี้ ทั้งงบประมาณ เวลา และอื่นๆ เพื่อที่จะจัดอบรม เอ….. แล้วต้องจัดอบรมกันกี่รุ่น รุ่นละกี่คน ตอนอบรมครูต้องใช้แท็บเล็ตหรือไม่ แล้วกลับไปครูจะต้องมีไว้คนละอันหรือไม่ แล้วถ้าครูพัฒนาหลักสูตรขึ้นมาเอง จะต้องเอาลงแท็บเล็ตหรือไม่ แล้วถ้าต้องการเอาลงจะทำอย่างไร และคำถามอีกมากมาย

แล้วสำหรับโรงเรียนที่อยู่ห่างไกล ไม่สามารถที่จะปล่อยสัญญาณอินเตอร์เน็ตให้ทั่วถึงได้นั้น จะทำอย่างไรครับ นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องคิดให้จงหนัก

นึกกันไม่ออกเลยครับว่า ถ้าเวลานั้นมาถึงจริงๆ เราจะทำอย่างไร

แต่ตอนนี้ ได้มีผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมใจไว้กับเรื่องที่ต้องปวดหัวแน่ๆ ไว้แล้ว เพราะแต่ละวันคงจะมีเด็กหลายๆ คน วิ่งไปหาครู แล้วครูก็ต้องไปหา ผอ. โรงเรียนอยู่ดี ว่า

“ครูๆ แท็บเล็ตผมหายครู”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s