ห้ามจัดงานเมาลิดที่บ้าน (รากเหง้าของปัญหา)

มีอยู่คืนหนึ่งหลังละหมาดอีซา เวลาประมาณเกือบๆ สองทุ่ม ผมได้ไปนั่งเล่นบ้านน้องคนหนึ่ง ใกล้ๆ บ้านที่ปะนาเระ ก็คุยไปเรื่อยเปื่อย ถามสารทุกข์สุกดิบกันไป แล้วแม่ของน้องเขาก็มานั่งคุยด้วย ไม่แน่ใจว่าคงเห็นเราน่าจะคุยบางเรื่องรู้เรื่อง เลยถามเราขึ้นมา ว่ามีทัศนคติอย่างไรกับเรื่องที่ว่า จัดงานเมาลิด ผิดหรือเปล่า

ขยายความ : สำหรับพี่น้องที่ไม่รู้ว่างานเมาลิดคืออะไร คือวันคล้ายวันเกิดของศาสนามูฮัมหมัด (ซล.) ซึ่งพี่น้องมุสลิมจะจัดงานเพื่อรำลึกถึง ซึ่งจะจัดกันวันใดก็ได้ของเดือน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการเลี้ยงอาหาร เชิญแขกมาร่วมกิจกรรมที่จัดที่บ้าน แต่ก็มีประเด็นปลีกย่อยเรื่องความเห็นของการจัด ว่าถูกต้องหรือไม่ ผิดไม่ผิดอย่างไร ในส่วนลึกตรงนี้จะไม่ขอพูดถึงนะครับ เพราะประเด็นที่น่าสนใจของบทความนี้ อยู่ที่อีกเรื่องหนึ่ง ลองอ่านตามดูนะครับ

แม่ของน้องก็ถามผมว่าจัดงานได้มั้ย ผิดมั้ย ผมก็ตอบไปเท่าที่ผมพอจะรู้ คล้ายๆ เชิงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นมากกว่าอ่ะครับ และแม่ของน้องคนนั้นก็บอกว่า ก่อนหน้านี้สามีไม่เคยมีปัญหาเรื่องการจัดงานเมาลิด แต่ทำไมปีนี้ถึงได้ห้ามขึ้นมา

เท่าที่ผมฟัง รู้สึกเหมือนๆ จะมีปัญหาอื่น ก็น่าสงสัยอยู่ แต่ก่อนไม่ห้าม แต่ทำไมปีนี้ถึงห้ามขึ้นมา เหมือนแม่ของน้องพยายามจะหาสาเหตุ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมรู้สึกว่าน่าจะเล่าเหตุการณ์ที่เซ็นใบสำคัญรับเงินผิดให้ฟัง แล้วก็สรุปประเด็นนิดหน่อยให้เห็นภาพ ว่ารากเหง้าของปัญหามันคืออะไร (ใครที่ยังไม่ได้อ่าน และอยากอ่าน ก็ตามไปอ่านได้เลยครับ http://wp.me/p1qoKp-s)

จากเรื่องที่เล่าให้ฟังนั้น ก็แค่อยากให้แม่ของน้องเขาลองมองกลับไปอีกหน่อย ว่ามีเหตุการณ์อะไรขึ้นหรือไม่ เพราะเขาสองคนน่าจะรู้ดีที่สุด ก็คุยไปเรื่อยๆ ในส่วนของผมก็เพียงพยายามให้แม่ของน้องเขาลองคิดถึงวันก่อนหน้านั้น ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

แล้วทราบมั้ยครับ ว่าเกิดอะไรขึ้น เจอครับ เจอแล้ว ต้นตอของปัญหา คือ หลังจากที่ได้ฟังผมเล่าเรื่องเซ็นผิดไป ตามเป็นประกายเล็กๆ เหมือนเจอคำตอบอะไรบางอย่าง

คืองี้คับ หลายวันก่อนที่แม่ของน้องเขาจะถามเรื่องเมาลิด เธอได้ตำหนิสามีเรื่องใช้จ่ายเงินเยอะเกินไปในช่วงนี้ และสามีเธอก็ไม่พอใจด้วยในวันนั้น ตรงนี้เองครับ คือจุดที่ทำให้สามีไม่อนุญาตให้จัดงาน (55)

ไงครับ ตอนแรกเราคิดกันหนักถึงความเข้าใจในตัวบทบัญญัติทางศาสนา ซึ่งมันละเอียดอ่อนมาก และต่างคนต่างก็มองไม่เหมือนกัน คิดไปต่างๆ นานา แต่พอได้ฟังเรื่องคล้ายๆ กัน เจอจุดปุ๊บ จบเลยครับ เจอคำตอบละ ส่วนเรื่องบทบัญญัตินั้นก็ไม่ใช่ประเด็นของเรื่องนี้แล้วครับ กลายเป็นว่า ประเด็นไปอยู่ที่แม่ของน้องเขาเคยไปตำหนิที่สามีตัวเองใช้เงินเยอะเกินไป

สองเรื่องนี้คงจะพอให้ได้เห็นว่า บางครั้งปัญหาที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันขณะ อาจจะมีสาเหตุแม้เล็กน้อยก็ตามเกิดขึ้นจากอดีตก่อนหน้า ดังนั้น อย่าใช้เพียงปรากฎการณ์ตอนนั้น เป็นตัวชี้วัดในการหาคำตอบ หรือวิธีแก้ไขนะคับ

ก็อย่างเรื่องนี้ หากไม่ย้อนไปดูรากเหง้าของปัญหาที่แท้จริง แม้จะเอาโต๊ะอีหม่าม หรือผู้รู้ทางศาสนาเพียงใด มาอธิบายให้สามีของเธอได้เข้าใจ สามีเธอก็อาจจะยังไม่อนุญาตให้จัดงานอยู่ดี เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่การตีความบทบัญญัติ แต่เป็นเรื่องอื่น

ยังไงคราวต่อไป หากจะต้องเลือกวิธีการแก้ปัญหาในเรื่องอะไรก็ตาม ลองมองย้อนไปอีกสักหน่อยนะครับ เพราะถ้าแก้ปัญหาไม่ถูกจุด ก็เหมือนไม่ได้แก้ปัญหา ดีไม่ดี อาจเป็นการสร้างปัญหาเพิ่มด้วยซ้ำ แต่ถ้าเราสามารถนึกทบทวนและเจอต้นตอของปัญหาแล้ว การแก้ปัญหานั้นถึงจะเรียกว่า การแก้ปัญหาที่ถูกจุดอย่างแท้จริง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s