เซ็นผิด (รากเหง้าของปัญหา)

ผมเคยเป็นทีมวิทยากรจัดฝึกอบรมเรื่องสันติวิธี ให้กับสำนักพัฒนาบุคลากร ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดที่หาดแก้วรีสอร์ทจังหวัดสงขลา

เรื่องมีอยู่ว่า เจ้าหน้าที่หญิงของทางสำนักฯ คนหนึ่ง ซึ่งก็รู้จักมักคุ้นเป็นเพื่อนร่วมงานกันอยู่ คล้าย ๆ จะไม่พอใจที่ผมเซ็นใบสำคัญรับเงินผิดในวันสุดท้ายของการอบรม แล้วทำคล้ายๆ ตำหนิติดตลก และให้หัวหน้างานได้ยินด้วย ตอนแรกก็แอบงงๆ แต่แล้วก็อดจะยิ้มไม่ได้

ที่งงก็เพราะเห็นว่า แค่เซ็นใบสำคัญรับเงินผิด ทำไม่ต้องคล้ายๆ จะโวยวายนิดๆ ด้วย ทำพูดเสียงดัง แล้วก็ย้ำอยู่หลายครั้งว่าทำผิดนะ

พอมานึกเรื่องราวก่อนหน้า เลยยิ้ม เพราะรู้แล้วว่าเกิดจากอะไร เพราะปกติพี่สาวคนนี้ก็น่ารัก ดีกับเรา คอยอำนวยความสะดวกให้กับทีมวิทยากรอยู่ตลอด

เรื่องก่อนหน้าที่ว่าก็คือ

ด้วยการอบรมครั้งนั้นจะต้องทำทำเนียบรุ่น ซึ่งพี่สาวคนนั้นเป็นคนรับผิดชอบในการทำทำเนียบ ผมเห็นว่า ไม่อยากให้เกิดความผิดพลาดจึงขอให้พี่สาวคนนั้นเอาต้นฉบับมาให้ผู้เข้าร่วมได้ตรวจสอบก่อน เพราะหากทำครบทุกคนแล้ว จะเสียเวลาต้องมานั่งแก้ไข แล้วพี่สาวคนนั้นก็รับคำ

เมื่อมีการตรวจสอบปรากฎว่าข้อมูลบางอย่างผิดพลาดจริงๆ ก็มีการแก้ไขกัน แล้วพี่สาวคนนั้นก็ไปทำมาแบบครบทุกคน ซึ่งผมก็ไปบอกอีกว่า อย่าเพิ่งทำ เอามาตรวจสอบอีกทีหนึ่งก่อน เพราะอาจมีการผิดพลาดเกิดขึ้นได้อีก พี่สาวคนนั้นก็รับคำแบบขอไปที เอาให้พ้นๆ ไป และก็ไม่ค่อยพอใจด้วย

แล้วฉบับที่เอามาหลังจากการตรวจสอเพียงรอบเดียว ก็ยังมีจุดผิด ทำให้เราต้องเสียเวลามาบอกผู้เข้าร่วมให้แก้ไขในหลายหน้าที่ผิด ซึ่งผมมองว่าถ้าแต่ละคนได้ตรวจสอบข้อมูลของตัวเองในต้นฉบับเรียบร้อยแล้ว และแก้ไขถูกต้องพร้อมยืนยันข้อมูลอีกทีใหม่ ก็จะไม่ต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายแบบนี้ เลยไปบอกติดไปทางต่อว่านิดๆ (คิคิ)

เลยคิดว่าตรงนี้หล่ะ ที่ทำให้พี่สาวคนนี้ว่าผมเรื่องการเซ็นชื่อที่ผิด ซึ่งเรื่องนี้แก้ได้ไม่ยาก ก็แค่เซ็นใหม่ ก็จบ แต่ไม่จบ เพราะพี่เขายังติดใจผมเรื่องนี้อยู่

สำหรับเรื่องนี้ การจะแก้ปัญหา ถ้าแก้เพียงการเซ็นชื่อแล้วจบไป ดีไม่ดี เราอาจจะไม่ชอบพี่คนนี้เพราะมาว่าเราเรื่องไม่เป็นเรื่อง ถ้ามองแค่นี้อาจทำให้สูญเสียความสัมพันธ์อันดีที่เคยมีก็ได้ แต่ถ้าเราค่อยๆ คิด ว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น เราก็จะรู้ว่า จริงๆ แล้ว รากเหง้าของสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุก็จะเกิดขึ้น และจะส่งผลโดยตรง จะทำให้เกิดการแก้ปัญหาที่ตรงจุดมากที่สุด

เหตุการณ์วันนั้น เมื่อผมทบทวนเหตุการณ์แล้ว ก็อยากรู้ว่าที่คิดนั้นใช่หรือเปล่า เพราะเรื่องนั้นใช่หรือเปล่า ผมก็เลยแอบพูดอ้อมๆ ไป ว่า “หัวหน้าครับ ไม่ต้องไปว่าพี่เขาหรอก (พูดไปด้วยยิ้มไปด้วย) เพราะจริงๆ แล้ว พี่เขาไม่ได้โกรธผมเรื่องนี้หรอก แต่พี่เขาติดใจผมเรื่องทำเนียบ” แล้วพี่สาวคนนั้นเขาก็ยิ้ม แปลว่า ใช่แล้ว เรื่องทำเนียบนี่หล่ะ

แล้วผมก็ขอโทษพี่เขาไปสำหรับเรื่องนั้น พี่เขาก็บอกไม่เป็นไร ไม่ได้คิดอะไร แต่ในใจผมคิดว่าพี่เขาต้องคิดหล่ะ (เหอๆ) ก็เรียบร้อย เซ็นเอกสารให้ใหม่ หลังจากนั้นก็ปกติเหมือนเดิม ผมคิดว่า ถ้าไม่ได้ขอโทษเรื่องทำเนียบ อาจโมโห หรือต่อว่าผมเรื่องอื่นๆ อีกแน่ ไม่ใช่แค่เรื่องการเซ็นชื่อผิด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s